การอนุรักษ์งานศิลปะ

เราให้บริการการอนุรักษ์ที่มีมาตรฐานสากล มีการนำเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์การอนุรักษ์งานศิลปะ เราสามารถเข้าถึงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดำเนินงานร่วมกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั้งในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอก ความร่วมมือเชิงวิชาการนี้ทำให้เราผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์วัสดุกับศาสตร์การอนุรักษ์และประวัติศาสตร์ศิลปะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคนิคการวิเคราะห์แบบไม่ทำลาย (non-destructive) และแบบใช้ตัวอย่างปริมาณน้อย (micro-invasive) ถูกนำมาใช้ในการศึกษาศิลปวัตถุ เช่น การถ่ายภาพเทคนิค (Technical Photography), กล้องจุลทรรศน์แสงโพลาไรซ์ (Polarized Light Microscopy – PLM), กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดร่วมกับการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงพลังงาน (SEM-EDS), การวิเคราะห์สเปกตรัมรังสีเอกซ์แบบจุด (Micro-XRF), การวิเคราะห์สเปกตรัมอินฟราเรดฟูเรียร์ทรานสฟอร์ม (FTIR), โครมาโตกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC), การวัดค่าสีและความเงา (Colorimetry and Gloss Measurement) เครื่องมือเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการระบุองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ สี เม็ดสี ตัวประสาน และสิ่งที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ ซึ่งช่วยสนับสนุนกระบวนการตัดสินใจด้านการอนุรักษ์ รวมทั้งการศึกษาวิจัยด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ
สตูดิโออนุรักษ์ภาพจิตรกรรม
ที่ SCICCA เรามีทีมนักอนุรักษ์ที่มีทักษะ และความรู้เฉพาะทางมุ่งมั่นทั้งการตรวจสอบ การอนุรักษ์เชิงป้องกัน การอนุรักษ์เชิงแก้ไข และการบูรณะฟื้นฟูภาพเขียนอย่างมืออาชีพ งานของเรามุ่งเน้นในการอนุรักษ์ภาพเขียนประเภทสีน้ำมัน สีอะคริลิก รวมถึงผลงานสื่อศิลปะสมัยใหม่และและผลงานร่วมสมัยบนวัสดุรองรับหลากหลายชนิด เช่น ผ้าใบ แผ่นไม้ แผ่นไม้ประกอบ โลหะ และจิตรกรรมฝาผนังในสถานที่จริง
การดำเนินงานทุกขั้นตอนมีการประเมินและวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อให้สอดคล้องกับหลักจริยธรรมของวิชาชีพการอนุรักษ์ (conservation ethics) ทั้งในส่วนของวิธีการแทรกแซง (interventions) และวัสดุที่เลือกใช้ (selected materials) รวมถึงการตัดสินใจเชิงอนุรักษ์ซึ่งอ้างอิงแบบจำลองกระบวนการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ (structured decision-making model) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางอนุรักษ์ที่เหมาะสม การดำเนินงานได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของวัสดุของแต่ละผลงาน สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของงานศิลปวัตถุแต่ละชิ้น ทั้งนี้กระบวนการอนุรักษ์แบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์เชิงป้องกัน (preventive conservation) การอนุรักษ์เชิงแก้ไข (remedial conservation) การบูรณะ (restoration) โดยอาจประกอบด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้
- การทำความสะอาดพื้นผิว (เช่น การขจัดฝุ่น คราบสกปรก คราบเขม่า หรือคราบแมลง)
- การลดหรือขจัดชั้นแล็กเกอร์ (varnish) ที่เกิดจากการออกซิไดซ์ รวมถึงการลบสีจากการซ่อมแซม และการทาทับเดิม
- การนำวัสดุหรือการซ่อมแซมจากการอนุรักษ์ และการบูรณะในอดีตออกเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการบูรณะเก่าที่อาจทำให้ผลงานเสื่อมสภาพ รวมทั้งคืนสภาพเพื่อคืนสภาพงานให้ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์ และคุณค่าดั้งเดิมของศิลปินมากที่สุด
- การเสริมความมั่นคงให้กับชั้นสีที่ไม่คงตัว
- การบูรณะเชิงโครงสร้างของผ้าใบ เช่น การซ่อมรอยฉีก การต่อผ้า (strip-lining) หรือการเสริมชั้นรอง (lining) ด้วยเทคนิคสมัยใหม่
- การปรับตั้งและบูรณะโครงไม้ขึงผ้าใบ (stretcher) เดิม รวมถึงการใช้โครงไม้แบบตึงตัวอัตโนมัติ (self-tensioning stretcher) และการปรับความตึงของผ้าใบ (canvas tensioning) ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมไม่หย่อนหรือบิดเบี้ยว
- การบูรณะเชิงโครงสร้างของแผ่นไม้ เช่น การต่อแผ่นไม้ การเสริมรอยต่อ การอุดรู และการทำโครงรองรับเฉพาะชิ้น
- การอุดรอยสีหลุด และการซ่อมแต่งสี (retouching)
- การเคลือบแล็กเกอร์ หรือสารเคลือบป้องกันผิว
- การกำจัดความเสียหายทางชีวภาพ เช่น แมลง หนู เชื้อรา หรือเชื้อราขาว พร้อมมาตรการป้องกันด้วยสารชีวฆาต (biocide)
- การปรับแต่งกรอบภาพ การติดแผ่นรองหลังป้องกัน และการทำกรอบควบคุมสภาพจุลภูมิ (microclimatic frame) หรือกรอบภาพที่สามารถรักษาสภาพแวดล้อมภายในให้คงที่
- การสร้างลวดลายตกแต่งกรอบภาพที่สูญหาย ด้วยการหล่อแบบ และแต่งผิวทองให้กลมกลืน
- การจัดเก็บ บรรจุ และติดตั้งภาพเขียนให้เป็นไปตามมาตรฐานการอนุรักษ์สากล
- อื่น ๆ
SCICCA ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานการทำงาน เทคนิค วิธีการ และวัสดุที่ใช้ในการอนุรักษ์ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงจากผลงานวิจัยของสถาบันนานาชาติ ตลอดจนการเข้าร่วม การอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) และการฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์ภาพเขียนที่จัดขึ้นทั่วโลก
นอกจากการอนุรักษ์เชิงปฏิบัติแล้ว ทีมของเรายังดำเนินการสำรวจและประเมินสภาพผลงาน (collection surveys & condition assessments) สำหรับทั้ง คอลเลกชันส่วนตัว และของสถาบัน โดยไม่เพียงตรวจสอบตัวผลงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการ จัดเก็บ การเคลื่อนย้าย การจัดแสดง และสภาพแวดล้อมโดยรวม เพื่อเสนอแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับการอนุรักษ์ผลงานศิลปะในระยะยาว